23/8/55 เรียนรู้กับสถาปนิก

วันนี้เราไปเรียนรู้เรื่องการสร้างบ้านที่สถานที่จริงกันค่ะ เป็นบ้านที่กำลังสร้างของครอบครัวแม่หุยของน้องทิมและจั้ง เรามีพ่อตี๋ซึ่งเป็นสถาปนิกที่ออกแบบแนวคิดของบ้านนี้มาเป็นวิทยากรให้เรา ดังนั้นวันนี้เราจะไปบ้านแม่หุยซึ่งอยู่ใกล้คลองทวีวัฒนาเพื่อเรียนรู้องค์ประกอบของการสร้างบ้านแต่ละหลังในช่วงเช้า แล้วในช่วงบ่ายเด็กๆจะได้ออกแบบบ้านบนต้นไม้กันค่ะ

Photo

พ่อตี๋เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์สถานที่ตั้ง ต้องพิจารณาทั้งแดด ลม ฝน เพื่อวางตัวบ้าน

Photo

พ่อตี๋เล่าถึงเหตุผลของการวางบ้านซึ่งเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยหันหน้าบ้านซึ่งเป็นส่วนกว้างมากหันไปหาทิศใต้ว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อนและเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันออกแล้วตกทางทิศตะวันตก ดังนั้นควรหันบ้านส่วนที่เป็นด้านแคบเข้าหาพระอาทิตย์เพื่อรับความร้อนให้น้อยที่ีสุด ซึ่งก็คือวางบ้านแนวยาวๆไปตามแนวทางเดินของพระอาทิตย์นั่นแหละค่ะ  แล้วหน้าบ้านจะหันไปทางทิศตะวันตกและตะวันออกล่ะ ก็พิจารณาทิศทางลม ถึงแม้ลมหนาวนั้นพัดมาจากทางเหนือ แต่ลมมรสุมพัดมาจากทางใต้นั้นมีอิทธิพลมากกว่า ดังนั้นจึงหันหน้าบ้านไปทางใต้ ซึ่งระหว่างที่เราฟังพ่อตี๋คุยอยู่นั้นก็มีลมพัดเย็นตลอดเวลาจริงๆค่ะ

หลังจากตั้งทิศทางของบ้านได้แล้วก็มาคุยกันเรื่อง เสาเข็ม ดินของกรุงเทพนั้นเป็นดินนิ่มค่ะ โดยลึกลงไปใต้ดินประมาณ 17-24 เมตรจะเป็นดินนิ่ม ลึกกว่านั้นจะเป็นดินแข็งค่ะ ดังนั้นการลงเสาเข็มจะต้องวางเสาลงไปให้ลึกถึงส่วนที่เป็นดินแข็ง การลงเสาเข็มมี 2 อย่างค่ะ

 

Photo

แบบแรกคือ เสาตอก โดยเสาแต่ละต้นจะเป็นแท่งปูนซีเมนต์ยาว 5 เมตรหรือ 10 เมตร ค่อยๆตอกลงไปในดินทีละแท่ง พอหมดหนึ่งแท่งก็เอาแท่งที่สองตอกต่อกันลงไป จะรู้ได้ว่าลึกพอแล้วหรือยังก็ดูจากความลึกที่เสาลงไปในแต่ละครั้งที่ตอก โดยการตอกครั้งแรกๆอาจจะลงไปทีละเกือบเมตร แต่ถ้าหลังตอกลงไปได้แค่ที่ละนิ้ว ก็จะหยุดตอก วิธีนี้เร็วและไม่แพงค่ะ แต่มีโอกาสเสาเข็มหักได้ และเวลาตอกจะรบกวนบ้านข้างๆ ซึ่งสำหรับบ้านแม่หุยที่มีเพื่อนบ้านอยู่ด้านหลังหลายครัวเรือน ก็เลยเลือกวิธีที่ 2 ซึ่งคือ เสาเจาะ จะมีท่อเจาะลงไปในดินซึ่งระหว่างเจาะนั้น ดินก็จะถูกนำขึ้นมาบนดิน พอเจาะจนได้ความลึกที่ต้องการแล้วก็จะเทปูนลงไปแทนที่ดินที่เอาขึ้นมา วิธีนี้แพงกว่าค่ะ แต่ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน เป็นวิธีที่การก่อสร้างใหญ่ๆใช้กัน ข้อดีอีกอย่างคือ ดินที่ถูกนำขึ้นมาจะทำให้เรารู้ได้ว่าเจาะลงไปลึกพอหรือยัง ต้องเจาะจนดินนิ่มเปลี่ยนเป็นดินแข็งค่ะ

Photo

หลังจากได้เสาเข็มแล้วก็ต้องทำ ต่อม่อ อาจจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า สามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม ก็แล้วแต่จำนวนของเสาเข็ม ขุดประสงค์คือเพื่อกระจายแรงลงสู่เสาเข็มทุกต้น พ่อตี๋ยังเล่าว่า ต่อม่อของสะพานพระราม 8 นั้น มีเสาเข็มอยู่ด้านล่างไม่ต่ำกว่า 200 ต้นค่ะ!!

 

Photo

Photo

สำหรับผนังนั้นสามารถก่อโดยการก่ออิฐซึ่งจะแข็งแรงกว่า แต่ใช้เวลานานกว่ามาก หรือจะใช้อิฐมวลเบาซึ่งก่อได้เร็วและป้องกันความร้อนได้ดีเพราะมีอากาศอยู่ตามรูของอิฐซึ่งเป็นฉนวนความร้อนได้ดี

 

Photo

Photo

เด็กๆได้เห็นกำแพงอิฐที่บ้านพี่หุยด้วยค่ะ โดยตรงกลางจะมีคานวางขวางเอาไว้เพื่อช่วยรับน้ำหนักซึ่งเรียกว่า ทับหลัง และได้เห็นการฉาบปูน ซึ่งจะต้องมีการทำปุ่มปูนงอกขึ้นมากระจายไปทั่วกำแพงอิฐก่อน โดยทุกปุ่มจะมีความสูงเดียวกัน เพื่อทำให้เวลาโบกปูนจะได้เรียบเสมอเท่ากันทั้งผนังค่ะ

Photo

หลังจากพักทานแซนด์วิชที่แม่หุยเตรียมมากให้เด็กๆ ก็ถึงเวลาเดินสำรวจบ้านค่ะ พ่อตี๋เตรียมการเป็อย่างดี ให้คนงานทำราวกั้นที่บนชั้นสองเอาไว้กันเด็กตก ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเลยค่ะ โครงสร้างบ้านด้านบนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ มีกระจกเป็นส่วนใหญ่ พ่อตี๋บอกว่าผนังบ้านเหมือนใส่เสื้อผ้าให้บ้าน เลือกเอาแล้วกันว่าจะเปิดตรงไหนและปิดตรงไหน ตรงไหนอยากปิดก็ทำเป็นผนังทึบ ตรงไหนอยากเปิดก็ใช้กระจกจะได้เห็นวิวข้างนอก แต่แสงแดดก็จะทำให้บ้านร้อนได้ง่าย ดังนั้นพ่อตี๋จึงออกแบบให้มี Grill ลักษณะคล้ายกันสาดแต่แทนที่จะเป็นแผ่นทึบก็ใช้เป็นเป็นแท่งซึ่ๆที่บังแดดได้ แต่แสงก็ยังผ่านเข้ามาได้

 

Photo

Photo

แล้วเด็กๆก็ถามถึงตัวอักษรที่ติดอยู่บนเพดานว่าคืออะไร ที่แท้ก็ติดไว้ให้รู้ว่าสายยุ่งๆพวกนี้คืออะไร เช่น L = Lighting สายไฟสำหรับการให้แสงสว่าง, P=Power สายไฟสำหรับเอาไปต่อเป็นปลั๊กไว้เสียบอุปกรณ์ไฟฟ้า T&C=สายโทรศัพท์ ติดไว้อย่างนี้เวลามีปัญหาช่างจะได้หาจุดซ่อมได้ง่ายค่ะ

 

Photo

ถึงแม้บ้านของแม่หุยอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แต่เป็นไซต์งานที่เรียบร้อยมากค่ะ ไม่มีอุปกรณ์อันตราย พ่อตี๋มากระซิบค่ะว่าไม่ถนัดสอนเด็กนัก แต่จากที่เห็นว่า..พ่อตี๋จัดให้มีโต๊ะอยู่กลางบ้าน เตรียมกระดาษวาดแบบและปากกาพร้อม แล้วยังมีแบบบ้านที่พ่อตี๋ใช้เวลาเตรียมล่วงหน้าอีกเกือบ 10 แผ่น  โหย..ขนาดไม่ถนัดนะคะเนี่ย ขอบคุณพ่อตี๋ในความทุ่มเทให้เด็กๆเรียนรู้ค่ะ

 

Photo

Photo

จริงๆแล้วมีข้อมูลที่พ่อตี๋สอนเด็กๆอีกเยอะเลยค่ะ แต่อยากกระโดดไปเล่าถึงกิจกรรมช่วงบ่ายบ้างนะคะ ซึ่งพ่อตี๋ช่วยตั้งโจทย์ไว้ว่า ให้เด็กๆออกแบบบ้านต้นไม้ของตัวเอง ก็สนุกกันล่ะสิคะ แต่ละคนสร้างสรรค์กันเต็มที่กัน 1 ชั่วโมง แล้วพ่อตี๋ก็ช่วยเข้ามาดูงานและแนะนำเพิ่มเติมในงานของเด็กๆ

 

Photo

Photo

Photo

 

Photo

Photo

-น้องกัน มีทั้งที่รองน้ำฝนไว้กิน มีท่อน้ำทิ้ง มีท่อน้ำจากไม้ไผ่ และมีดาดฟ้า

-น้องทอมมีที่เก็บน้ำไว้ด้านบน มีที่เก็บอึไว้รดน้ำต้นไม้ มีบ่อปลาอยู่ด้านล่าง และใช้พลังงานจากกังหันลม

-น้องชุณฬี่มีกระดิ่งซึ่งจะสั่นให้ฟังเสียงตอนฝนตก มีระเบียงไว้ชมดาว

-พี่เม็กก้าออกแบบให้บ้านต้นไม้มีรอกไว้ดึงน้ำบาดาลขึ้นมาใช้

-น้องจั้งมีโคมไฟองุ่นเรืองแสง บันไดก็เก็บหนีโจรได้ มีขิงช้าไว้แกว่งเล่น

-บุ้งกี๋มีบ้านทำจากไม้ใช้และเฟอร์นิจอร์หวาย มีกังหันและ Solar Cell

-น้องแคทมีที่ระเบียงบนบ้านต้นไม้และมีที่กดกริ่งด้วย

-น้องแพมออกแบบให้บ้านต้นไม้มีรูปทรงบ้านโค้งเข้ากับต้นไม้ มีเตียงทำจากหวาย หลังจากทำจาก Solar Cell

-น้องทิม ใช้พลังงานชีวมูล กังหัน และSolar Cell บ้านสร้างจากไม้บาซาร์เพื่อให้เบา มีเก้าอี้หมุนขึ้นด้านบนได้ทำให้ไม่ต้องเดิน

 

Photo

Photo

 

Photo

 

Photo

พ่อตี๋ชื่นชมเด็กๆทุกคนที่พยายามสร้างสรรค์บ้านต้นไม้ของตนเอง แต่ก็เน้นกับเด็กๆว่า ต้องหาแนวคิดหลักของบ้่านให้ได้ก่อน แล้วก็เติมความอิสระด้านศิลปะเข้าไป แต่ก็ต้องมีรากฐานของวิศวกรรมด้วย วันนี้ต้องขอบคุณพ่อตี๋เป็นอย่างสูงค่ะ ที่แบ่งเวลามาสอนเด็กๆ ซึ่งพ่อตี๋มากระซิบบอกแม่อ้อทีหลังว่า เหนื่อยเหมือนกันนะครับเนี่ย!!