5/11/55 นาเกลือและพลังงานลม

ทัศนศึกษาแบบ One day trip เทอมนี้ อ.วัขระ อยู่สวัสดิ์ พาเด็กๆไปเรียนรู้ประโยชน์ของลมกันที่นาเกลือ จ.สมุทรสาคร คุณลุงที่เป็นวิทยากรให้กับเด็กๆบอกเด็กๆว่า ลุงมีอาชีพปั้นน้ำเป็นตัว!! ก็ทำให้น้ำเกลือกลายเป็นผลึกเกลือไงล่ะครับ

Photo

การทำนาเกลือนั้นต้องทำตอนปลายฤดูฝน วิธีการทำนาเกลือนั้นเริ่มโดยนำน้ำทะเลมาขังไว้ใน วังน้ำ จากนั้นก็ดันน้ำเข้าสู่ นาตาก เพื่อดักสิ่งสกปรกและตะกอนให้ตกลงมานานี้ก่อน จากนั้นก็เข้าสู่ นาเชื้อ แสงแดดจะทำให้น้ำระเหย ความเค็มก็จะเพิ่มขึ้น เป็น 20-24 ดีกรี แล้วจึงปล่อยเข้าสู่นาปลง ซึ่งจะเป็นนาที่เกิดการตกผลึกเป็นเกลือ เกลือจะตกผลึกที่ความเค็มประมาณ 25-27 ดีกรี แต่ถ้าเป็นดีเกลือ จะตกผลึกที่ความเค็มเกิน 27 ดีกรี ซึ่งมักจะเกิดในช่วงหน้าร้อน

Photo

การทำนาเกลือใช้เวลา 4-5 เดือน ถ้ามีฝนตก็ใช้เวลามากกว่านั้น หรือบางทีก็ไม่ได้เกลือเลยค่ะ

คราวนี้มาคุยกันเรื่องประเภทของเกลือบ้างค่ะ ใครเคยได้ยิน ดอกเกลือ หรือ เกสรเกลือ บ้างคะ ที่ฝรั่งเศสเค้าเรียกว่า  Flor De Sal (“Flower of salt” in Portuguese) เป็นเกลือที่ราคาแพงมากในฝรั่งเศส เค้าเอาไปทำเครื่องสำอางและอาหารชั้นยอดกันค่ะ ดอกเกลือจะเก็บกันในตอนเช้าตรู่ ซึ่งดอกเกลือจะเป็นผงเล็กๆ ลอยจับตัวกันเป็นแพอยู่หนือน้ำผืนนาเกลือ ชาวนาเกลือจะต้องรีบช้อนดอกเกลือ ก่อนที่แดดและลมทำให้ดอกเกลือจมลงค่ะ ดังนั้นดอกเกลือจะเป็นเกลือที่ี่สะอาด มีคุณภาพสูง ราคาแพง เพราะว่ามีปริมาณน้อย ไม่ได้สัมผัสกับพื้นดิน

Photo

ยังมีการแบ่งประเภทเกลืออีกหลายประเภทค่ะ
– เกลือขาว เกลือที่อยู่ส่วนบน ของกองเกลือขึ้นไป เพราะมีความขาวสะอาดกว่าที่อยู่ส่วนฐาน นิยมนำนำไปใช้เพื่อใช้ปรุงอาหาร
– เกลือกลาง เกลือที่อยู่ส่วนกลาง จะมีสีที่เข้มกว่าเกลือขาว นำไปใช้ ในการดองผัก และใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ
– เกลือดำ เกลือที่อยู่ส่วนล่าง ของกองเกลือเนื่องด้วยมีการปนของดินจากพื้นท้องนาเกลือ สามารถใช้เป็นส่วนประกอบของปุ๋ย
แล้วใครเคยได้ยินคำว่า เกสรเกลือ ไหมคะ  เกสรเกลือก็ยังแบ่งออกเป็น
– เกสรเกลือตัวผู้ เกิดจากการตกผลึก มีลักษณะผลึกเป็นเกล็ด ๆ ยาวแหลม ใช้ในการทำ “สปาผิว” หรือใช้เป็นส่วนผสมของยา โดยเฉพาะยาสีฟัน
– เกสรเกลือตัวเมีย เกิดจากการตกผลึก เช่นกัน แต่จะมีลักษณะผลึกทรงเหลี่ยมแบน ใช้ในการดองผัก ดองน้ำปลา
(ในรูปด้านล่างนี้ เกลือตัวผู้อยู่ด้านซ้าย เกลือตัวเมียอยู่ด้านขวาค่ะ)

Photo

การทำนาเกลือนั้น อาศัยธรรมชาติทั้งดิน น้ำ ลม และไฟ ก็เริ่มต้นจากน้ำเกลือ เอามาตากแห้งบนดิน ใช้ลมในการทำให้กังหันหมุนผลักน้ำไปสู้นาต่างๆ แล้วก็แสงแดดช่วยแผดเผาให้น้ำระเหยไปจนเกลือตกผลึก

Photo

อุปกรณ์สำคัญที่เราตั้งใจมาเห็นของจริง คือ กังหันลม แล้วเราก็เดินดุ่มๆฝ่าไอร้อนของแดดลุยเข้าไปในนาเกลือกันค่ะ

Photo
Photo
Photo

เวลาเรานั่งรถแล้วมองมาในนาเกลือกังหันลมดูไม่ใหญ่ แต่พอมายืนดูใกล้แล้ว มันใหญ่มากเชียวค่ะ

Photo

ที่ตรงแกนตรงกลางของกังหันจะมีวงล้อเล็กๆติดอยู่ มีโซ่ที่คล้องเอาไว้กับวงล้อนี้และอีกด้านของโซ่ก็คล้องอยู่กับระหัดวิดน้ำ

Photo

ระหัดวิดน้ำนี้จะอยู่ตรงพื้นดิน โครงสร้างส่วนใหญ่ของระหัดวิดน้ำทำจากไม้ยางและมีทองเหลืองเป็นหมุดเชื่อม(กันสนิมได้) เมื่อลมพัดมาทำให้กังหันหมุน วงล้อหมุน โซ่หมุน แล้วก็จะทำให้ระหัดวิดน้ำหมุนวักน้ำจากที่ต่ำขึ้นสู่ที่สูง  ปัจจุบันชาวนาเกลือหันไปใช้เครื่องปั๊มน้ำกันมากเพราะสะดวกและรวดเร็วกว่า แต่ค่าน้ำมันที่ต้องจ่ายกันทุกเดือนทำให้กังหันลมและรหัดวิดน้ำที่ใช้พลังงานลมแบบฟรีๆก็มีข้อได้เปรียบมากเหมือนกัน

Photo

ต่อมาเราไปดูกังหันลมสำหรับผลิตไฟฟ้าของจริงๆกัน อ.วัชระเล่าว่า จะตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าได้ต้องดูทางลมเป็นหลัก เพราะแค่แนวต้นไม้ก็ทำให้ลมเปลี่ยนทิศได้เหมือนกัน

Photo

ตัวกังหันต้องผ่านการคำนวณและออกแบบมาอย่างดี ต้องมีน้ำหนักเบา และแรงเสียดทานน้อยๆ กังหันที่เรายืนดูนั้น บางตัวก็หมุน บางตัวก็ไม่หมุนซึ่งดูแล้วราวกับว่ามันตั้งแบบเอียงๆ อ.บอกว่าเวลาติดตั้งก็ต้องตั้งให้ตรงเป๊ะตามที่คำนวณไว้ ถึงกับต้องลงเสาเข็มเพื่อไม่ให้รากฐานทรุดตัวลง โดยกรุงเทพเราตั้งอยู่บนดินนิ่มซึ่งทรุดตัวลงทุกปีเฉลี่ย 5 ซม.ต่อปีเชียวค่ะ (เรื่องนี้เชื่อมโยงไปถึงเรื่อง การลงเสาเข็ม ที่พ่อตี๋ได้สอนไว้ตอนไปทัศนศึกษาบ้าแม่หุย) เลยคาดว่าเจ้ากังหันที่ไม่หมุนอาจจะเป็นเพราะมันเอียงค่ะ

Photo
Photo

ในช่วงบ่ายเราไปเดินดูป่าชายเลนกันค่ะ เราเคยมาที่นี่เมื่อปีที่แล้ว แต่ครั้งนี้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปมาก ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ต้นไม้หายไปมาก ขยะเต็มไปหมด เห็นแล้วใจหายค่ะ ไม่รู้ว่าธรรมชาติพวกนี้จะยังอยู่ไหมเวลาที่เด็กๆเหล่านี้โต แต่ก็ยังเห็นความพยายามของผู้ใหญ่ใจดี…จากต้นไม้อ่อนๆที่เพิ่งปลูกลงไปเป็นจำนวนมาก

Photo
Photo

 

ถึงแม้ต้นไม้ลดลง แต่สัตว์ป่าชายเลนก็ยังมีอยู่เยอะค่ะ เด็กๆก็ยังได้เรียนรู้เรื่องปลาตีน 3 ประเภท สีส้ม สีฟ้า และสีเทา พยายามหาปูก้ามดาบที่ก้ามอยู่ด้านขวากันใหญ่ เพราะปกติมันจะอยู่ด้านซ้ายค่ะ และเรายังเห็นนกตีนเทียน นกยางโทนน้อย นกยางโทนใหญ่ และนกกาน้ำเล็กกันด้วยค่ะ

Photo
Photo
Photo
Photo
Photo

หมายเหตุ การวัดความเค็มของเกลือนั้น วัดออกมาเป็นค่า ดีกรีโบเม่ (Baume) แต่ชาวบ้านเรียกกันว่า ดีกรี เท่านั้น
แหล่งข้อมูล :
http://khetmuang.sskedarea.net/SALT/s9.htm
http://www.patongbeachthailand.com/thai/21_15/699.shtml
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/168447
http://en.wikipedia.org/wiki/Fleur_de_sel
http://palilyhuahin.blogspot.com/2012/03/blog-post.html